แชร์

สิ่งที่ควรรู้ก่อนเติมหมึกตลับอิงค์เจ็ท เติมอย่างไรให้ถูกวิธี และช่วยยืดอายุการใช้งานตลับ HP 680 / 682 / 687 / 67

อัพเดทล่าสุด: 7 ก.ย. 2026
146 ผู้เข้าชม

การเติมหมึกตลับอิงค์เจ็ทเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายในการพิมพ์ โดยเฉพาะผู้ที่ใช้งานเครื่องพิมพ์เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน สำนักงาน ร้านค้า หรือธุรกิจขนาดเล็ก เพราะหากตลับเดิมยังอยู่ในสภาพดี ก็สามารถเติมน้ำหมึกเพื่อใช้งานต่อได้

อย่างไรก็ตาม การเติมหมึกไม่ได้หมายความว่า “หมึกหมดแล้วเติมเข้าไปก็ใช้งานได้ทันทีทุกกรณี” เพราะสภาพของตลับ ปริมาณน้ำหมึก ล้วนมีผลต่อการทำงานของตลับและคุณภาพงานพิมพ์

ก่อนลงมือเติมหมึกด้วยตัวเอง มาดูสิ่งสำคัญที่ควรรู้ เพื่อช่วยลดปัญหา เติมแล้วหมึกไม่ออก สีเพี้ยน หมึกรั่ว หรือเครื่องไม่ตรวจพบตลับ


1. อย่ารอให้หมึกหมดจนตลับแห้ง


หนึ่งในข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อย คือการใช้งานตลับต่อไปจนกระทั่งหมึกหมดและพิมพ์ไม่ออกแล้วจึงค่อยเติม

หากเริ่มสังเกตว่า งานพิมพ์จางลง สีใดสีหนึ่งเริ่มขาด หรือเครื่องแจ้งเตือนว่าระดับหมึกต่ำ ควรตรวจสอบตลับและเตรียมเติมหมึก ไม่ควรฝืนพิมพ์ต่อเป็นจำนวนมากทั้งที่น้ำหมึกไม่เพียงพอ

โดยเฉพาะตลับอิงค์เจ็ทที่มีหัวพิมพ์อยู่บนตัวตลับ น้ำหมึกมีส่วนช่วยในการทำงานของหัวพิมพ์ หากปล่อยให้ตลับแห้งเป็นเวลานาน อาจเกิดหมึกแห้งบริเวณหัวพิมพ์หรือเกิดการอุดตันได้

สัญญาณที่ควรเริ่มตรวจสอบตลับ
- เครื่องแจ้งเตือนระดับหมึกต่ำ
- ตัวอักษรที่พิมพ์ออกมาเริ่มจาง
- งานพิมพ์เริ่มมีเส้นหรือสีขาด
- สีบางสีเริ่มไม่ออก
- งานพิมพ์ไม่สม่ำเสมอจากที่เคยพิมพ์ได้ปกติ

ข้อควรทราบ: ระดับหมึกที่แสดงในซอฟต์แวร์ของเครื่องพิมพ์บางรุ่นเป็นค่าประมาณ และหลังเติมหมึกแล้วระดับหมึกบนหน้าจออาจไม่ได้กลับมาแสดงเต็มเหมือนตลับใหม่ จึงควรพิจารณาร่วมกับคุณภาพงานพิมพ์และสภาพจริงของตลับ


2. เติมหมึกในปริมาณที่พอดี ไม่มากหรือน้อยเกินไป


การเติมเยอะไม่ได้หมายความว่าจะใช้งานได้นานกว่าเสมอไป

ภายในตลับอิงค์เจ็ทหลายรุ่นมีวัสดุซับน้ำหมึกอยู่ภายใน หากเติมน้ำหมึกมากเกินความจุที่ตลับรองรับ น้ำหมึกอาจอิ่มตัวและไหลออกจากหัวพิมพ์หรือช่องระบายอากาศได้

ในทางกลับกัน หากเติมน้อยเกินไป ตลับอาจมีน้ำหมึกไม่เพียงพอ ทำให้พิมพ์ได้เพียงระยะสั้น ๆ หรือยังคงพบอาการสีขาดและหมึกไม่ออก

หากเติมหมึกมากเกินไป อาจพบอาการ
- น้ำหมึกไหลหรือหยดออกจากหัวพิมพ์
- ตลับมีน้ำหมึกรั่วซึม
- งานพิมพ์เลอะหรือมีสีผิดปกติ
- น้ำหมึกสีต่าง ๆ ในตลับสามสีอาจปนกัน หากเติมผิดวิธีหรือมากเกินไป

หากเติมน้อยเกินไป อาจพบอาการ
- พิมพ์ได้ไม่นานก็เริ่มจางอีกครั้ง
- หมึกออกไม่สม่ำเสมอ
- สีบางสีขาด
- หัวพิมพ์ได้รับน้ำหมึกไม่ต่อเนื่อง

ดังนั้น ควรตรวจสอบปริมาณที่เหมาะสมกับ รุ่นตลับที่กำลังเติม โดยเฉพาะตลับสี เพราะแต่ละช่องสีมีพื้นที่เก็บน้ำหมึกจำกัดและอาจรองรับปริมาณไม่เท่ากับตลับสีดำ

ระหว่างเติมควรค่อย ๆ ฉีดน้ำหมึกอย่างช้า ๆ เพื่อให้วัสดุภายในตลับมีเวลาดูดซับน้ำหมึก หากเริ่มมีน้ำหมึกย้อนขึ้นมาที่ช่องเติมหรือไหลออกบริเวณหัวพิมพ์ ควรหยุดเติมทันที


3. ตลับสามสีต้องตรวจสอบตำแหน่งสีก่อนเติม


สำหรับตลับ Tri-color ภายในตลับเดียวจะมีช่องสำหรับเก็บน้ำหมึก Cyan (ฟ้า), Magenta (ม่วงแดง) และ Yellow (เหลือง) แยกจากกัน

ก่อนเติมจึงควรตรวจสอบตำแหน่งของแต่ละสีให้ถูกต้องตามตลับรุ่นนั้น ๆ และไม่ควรคาดเดาตำแหน่งจากตลับรุ่นอื่น แม้ว่ารูปร่างภายนอกจะคล้ายกัน

หากเติมน้ำหมึกผิดช่อง สีอาจปนกันภายในตลับ ทำให้งานพิมพ์มีสีผิดเพี้ยน และการแก้ไขภายหลังอาจทำได้ยาก

นอกจากนี้ แนะนำให้ใช้ เข็มและไซริงค์แยกสำหรับแต่ละสี เพื่อป้องกันน้ำหมึกที่ตกค้างอยู่ในอุปกรณ์ไปปนกับน้ำหมึกอีกสีหนึ่ง


4. ตรวจสอบสภาพตลับก่อนเติมทุกครั้ง


ไม่ใช่ตลับหมึกทุกตลับที่สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยการเติมน้ำหมึก

ก่อนเติมควรตรวจสอบสภาพตลับก่อนว่า ตัวตลับไม่มีรอยแตกหรือรั่ว แผงวงจรและจุดสัมผัสไม่เสียหาย และไม่มีอาการผิดปกติที่บ่งบอกว่าเครื่องไม่สามารถตรวจพบตลับได้

หากเครื่องพิมพ์หรือคอมพิวเตอร์แสดงข้อความในลักษณะ เช่น

- Cartridge Error
- Cartridge Missing
- Cartridge Problem
- Incompatible Cartridge
- Ink Cartridge Failure
- Print Cartridge Missing or Not Detected
- Cartridges in Wrong Slot

ควรแก้ไขหรือตรวจสอบสาเหตุของข้อความดังกล่าวก่อน เพราะ การเติมน้ำหมึกเพิ่มไม่สามารถแก้ปัญหาทางวงจร ชิป หรือการตรวจจับตลับได้ทุกกรณี

ตัวอย่างเช่น หากหน้าสัมผัสไฟฟ้าของตลับสกปรก อาจลองถอดตลับออกและตรวจสอบจุดสัมผัสตามวิธีที่ผู้ผลิตเครื่องพิมพ์แนะนำ แต่หากตลับหรือวงจรเกิดความเสียหายจริง อาจจำเป็นต้องเปลี่ยนตลับใหม่


5. หลังเติมแล้ว อย่าเพิ่งใส่กลับเข้าเครื่องทันที


เมื่อเติมน้ำหมึกเสร็จ ควรตรวจสอบความเรียบร้อยของตลับก่อนนำกลับเข้าเครื่อง

เริ่มจากเช็ดคราบน้ำหมึกที่เลอะบริเวณภายนอกตลับให้สะอาด โดยเฉพาะบริเวณใกล้แผงวงจร จากนั้นตรวจสอบว่าตลับไม่มีน้ำหมึกรั่วผิดปกติ

สำหรับตลับที่มีหัวพิมพ์อยู่บนตัวตลับ สามารถใช้กระดาษทิชชูหรือวัสดุสะอาดที่ไม่เป็นขุย แตะบริเวณหัวพิมพ์เบา ๆ เพื่อสังเกตรอยน้ำหมึก

ตลับสีดำควรมีรอยหมึกดำ ส่วนตลับสามสีควรเห็นแนวของสีที่เหมาะสม หากสีใดสีหนึ่งไม่ปรากฏเลย อาจมีปัญหาเรื่องการไหลของน้ำหมึกหรือหัวพิมพ์อุดตัน

หลังเติมอาจพักตลับไว้ในตำแหน่งตั้งตรงช่วงสั้น ๆ เพื่อให้น้ำหมึกกระจายเข้าสู่วัสดุซับภายในก่อนนำกลับไปทดลองใช้งาน


6. หลังใส่ตลับกลับแล้ว ควรพิมพ์ทดสอบก่อนใช้งานจริง
เมื่อใส่ตลับกลับเข้าเครื่องแล้ว ไม่ควรเริ่มพิมพ์เอกสารสำคัญจำนวนมากทันที

แนะนำให้พิมพ์ Test Page หรือ Print Quality Diagnostic Page ก่อน เพื่อตรวจสอบว่าสีออกครบหรือไม่ ตัวอักษรคมชัดหรือมีเส้นขาด และมีสีผิดเพี้ยนหรือไม่

หากพบว่างานพิมพ์มีเส้นหรือบางสีไม่ออก อาจใช้ฟังก์ชันทำความสะอาดหัวพิมพ์ (Cleaning) ตามที่เครื่องพิมพ์รุ่นนั้นรองรับ

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรสั่ง Cleaning หรือ Deep Cleaning ซ้ำหลายครั้งโดยไม่จำเป็น เพราะกระบวนการดังกล่าวมีการใช้น้ำหมึก หากทำหลายรอบแล้วยังไม่ดีขึ้น ควรหยุดและตรวจสอบสาเหตุอื่นแทน


ตลับเก่าที่เก็บไว้นาน เติมหมึกแล้วจะกลับมาใช้ได้หรือไม่?
กรณีมีตลับเก่าที่ถอดเก็บไว้นาน ไม่แนะนำให้เติมน้ำหมึกทันทีโดยไม่ตรวจสอบสภาพก่อน

น้ำหมึกเดิมบริเวณหัวพิมพ์อาจแห้งจนเกิดการอุดตัน แผงวงจรอาจเสื่อมสภาพ หรือวัสดุภายในตลับอาจไม่สามารถดูดซับและจ่ายน้ำหมึกได้เหมือนเดิม

ดังนั้น ก่อนนำตลับเก่ากลับมาเติม ควรตรวจสอบอย่างน้อย 3 เรื่อง ได้แก่ สภาพตัวตลับ จุดสัมผัส/แผงวงจร และสภาพหัวพิมพ์

หากเครื่องไม่สามารถตรวจพบตลับตั้งแต่แรก การเติมน้ำหมึกเข้าไปเพิ่มอาจไม่ช่วยให้อาการดังกล่าวหายไป

ลิงค์สินค้า : น้ำหมึกเติมตลับ 100ml น้ำหมึกเติมตลับ 100ml พร้อมเข็มและไซริงค์ 4 ชุด

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้